ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ที่เด่นที่สุดคือมีวิตามินซีสูง และมีแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี โปแตสเซียม ใยอาหาร แถมยังมีฟอสฟอรัสและเหล็ก แต่ส้มมีหลายชนิดจะให้คุณค่าที่ไม่ค่อยต่างกันมากนัก\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มซันคิสต์ รสชาติอร่อยเข้มข้น มีลักษณะเด่นคือเปลือกที่มีกลิ่นหอม เลยนิยมนำทั้งน้ำและเปลือกมาทำขนม เช่นคุ๊กกี้ หรือแยม\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มเขียวหวาน รสชาติหวานสมชื่อ เหมาะสำหรับทานสด หรือคั้นดื่ม เพราะเปลือกบางทำให้คั้นได้ง่าย\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มจุก รสชาติใกล้เคียงกับส้มเช้ง คือหวานอ่อน ๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือคนที่ต้องการลดความอ้วน\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มโอ เป็นส้มที่นำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เช่น ยำส้มโอ ใส่ในข้าวยำบูดู ใส่ในสลัด หรือส้มโอลอยแก้ว ส่วนเปลือกของส้มโอที่ส่วนที่นุ่ม สามารถนำมาเชื่อมได้ด้วย\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มจี๊ด คนไทยไม่นิยมทานเพราะรสชาติจะเปรี้ยวมาก แต่คนจีนนิยมทาน โดยเฉพาะนำมาคั้นทำน้ำส้ม หรือนำมาอบแห้ง\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- ส้มจีน เป็นส้มทีทานสด และนิยมนำมาไหว้เจ้า เพราะคำว่าส้มในภาษาจีน จะฟังเหมือนคำว่า ทอง และสีของส้มก็คล้ายทองด้วย\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- เลมอน เป็นส้มที่มีรสชาติคล้ายมะนาว แต่จะมีรสหวานนิด ๆ ส่วนใหญ่เป็นส้มที่ชาวต่างชาตินิยมนำมาทำเป็นอาหารแทนมะนาว เพราะไม่มีมะนาว หรือทำเป็นเครื่องดื่มในฤดูร้อน เพราะต่างประเทศไม่มีมะนาวนั่นเอง\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- มะนาว เป็นหนึ่งในตระกูลส้มที่ได้รับความเปรี้ยวมากที่สุด นำมาปรุงอาหารได้ เช่นยำ ต้มยำ น้ำพริก และนำมาเป็นส่วนผสมในน้ำสลัด\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\n- มะกรูด เป็นหนึ่งในตระกูลส้มชนิดเดียวที่ไม่ได้นำน้ำหรือความเปรี้ยวมาปรุงอาหาร เพราะจะนำกลิ่มหอมจากเปลือกมะกรูดมาใช้มากกว่า เช่น ใส่ในแกงเทโพ แกงมัสมั่น หรือทำหน้าหมี่กรอบ ส่วนน้ำมะกรูดนิยมมาทำแชมพูสระผมมากกว่า\r\n\r\n \r\n\r\n

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

ส้มผลไม้นางเอกยอดนิยม

\r\n\r\n \r\n\r\nประโยชน์ของส้ม\r\n1. ส้มเป็นผลไม้ที่มีสารไฟโตนิวเทรียนต์มาก สารชนิดนี้จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ\r\nรวมถึงสารกลุ่มฟลาวาโนนส์ สารแอนโธไชยานินส์ สารโพลีฟีนอลส์ และวิตามินซี ที่ช่วยเรื่องผิวพรรณให้ดูสดใส ส้มยังมีคอลลาเจน ทั้งยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก และยังช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็ว และแผลเรียบเนียนขึ้น\r\n2. ส้มให้แคลเซียมและวิตามินดี กับร่างกาย มากเทียบเท่ากับนม แคลเซียมจะไปช่วยเรื่องเสริมสร้างกระดูก แต่ถ้าไม่มีวิตามินดี ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ นอกจากนี้ส้มยังมีวิตามินซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการดังกล่าว แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า กรดอะซีติกในส้ม อาจทำลายสารเคลือบฟันได้ จึงไม่ควรแปรงฟันภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากทานส้มหรือดื่มน้ำส้ม\r\n3. ส้ม มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยป้องกันการอักเสบ ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน ยิ่งไปกว่านั้นส้มยังช่วยป้องกันและรักษาเลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติช่วยล้างพิษในร่างกาย \r\n4. เปลือกของส้ม มีสารมหัศจรรย์อยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นคือการ Polymethoxylated Flavones (PMFs) และสาร D-Limonene ซึ่งช่วยลดคอเลสตอรอล ปรับระดับน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการกรองสารพิษของตับ นอกจากนี้ เม็ดสีในส้มเขียวหวานจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) โดยไม่ส่งผลต่อคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)\r\n\r\n5. ตำรับจีนมักเสิร์ฟเปลือกส้ม คู่กับอาหารเนื้อสัตว์ เพื่อย่อยอาหารที่มีไขมันสูง บางตำราแนะนำให้เริ่มวันใหม่ด้วยน้ำเลมอน 12 ออนซ์ ผสมกับน้ำกรองแล้วที่อุณหภูมิห้อง จะช่วยชะล้างของเสียในระบบย่อยอาหารและลำไส้ได้ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ\r\n\r\n6. ส้ม อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยปกป้องแก้วตาจากโรคต้อกระจก และยังพบว่า การบริโภควิตามินอีและซีในปริมาณมาก จะช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้ แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้สูง\r\n\r\n7. ส้ม จะทานก็ได้ จะดมผิวก็ได้ เพราะส้มมีสารโฟเลตซึ่งช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนซีโรโทนิน อันเป็นสารแห่งความสุข กลิ่นของผลไม้ตระกูลส้มสามารถทำให้เบิกบานได้\r\n\r\nสำหรับพ่อแม่ที่อยากให้ลูกน้อยดื่มน้ำส้มคั้น จะให้ดื่มได้ ต้องหลัง 6 เดือน เพราะเป็นช่วงที่สามารถให้อาหารเสริมได้ แต่ควรผสมน้ำส้มในน้ำ ในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง การให้น้ำส้มที่มีรสชาติเข้มข้นโดยไม่ผสมอะไรเลยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบดูดซึมของลูกได้ พอลูกโตขึ้นจึงค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง จนถึงอายุ 5 ขวบจึงสามารถให้น้ำส้มอย่างเดียวโดยไม่ต้องผสมน้ำ อนึ่ง เนื่องจากน้ำส้มมีรสหวานมาก การผสมน้ำ ยังเป็นข้อดีที่ช่วยให้ลูกน้อยไม่ติดหวานตั้งแต่เล็ก\r\n\r\nข้อควรระวัง \r\nผู้ที่เป็นโรคไตและเบาหวาน หากต้องการจะทานส้ม ควรทานด้วยความระมัดระวัง เพราะส้มเป็นผลไม้ที่ให้โปแตสเซียมและน้ำตาลสูง ควรทานเป็นผลซึ่งมีกากใย จะดีกว่าดื่มน้ำส้มคั้น เพราะน้ำส้มคั้น 1 แก้วต้องใช้ส้มมาคั้นหลายผล ไม่มีกากใย และบางเจ้าจะเติมรสหวานเพิ่มอีกด้วย

About admin

อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจสดใส จึงได้รวบรวมและอัพเดทบทความสุขภาพดีๆมาฝากเพื่อนๆกัน สำหรับเพื่อนๆที่มีข้อแนะนำ ติชม หรือสอบถามสามารถพูดคุย หรือแลกเปลี่ยนกันได้ผ่านทาง ติดต่อเรา หรือ Facebook thaihealth เลยจ้า More Posts

Leave a comment

Your email address will not be published.

*